หนุ่ม ทะเลาะกลางวงเหล้า กลับไปเอาปืนไม่ทันได้ยิง เจอขวดปากฉลามแทงดับ

เมื่อเวลา 00.20 น. วันที่ 27 ธ.ค. พ.ต.ท.สพัศ ปราการพิทัก สารวัตเวรสอบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีเหตุวัยรุ่นทะเลาะกัน จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านจำหน่าย ฟิล์มยืด หรือ ฟิล์มพันพาเลท ปากซอยสุสวาส 6 ฝั่งตะวันออก ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

หลังรับแจ้งจึงรายงาน พ.ต.อ.สมิทธิ สารอต ผกก.สภ.คูคต พ.ต.อ.วรพันธ์ พิสุธานนท์ ผกก.หัวหน้าพนักงานสอบสวน และเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คูคต เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เขต 1 แพทย์เวรจาก ร.พ.ภูมิพลอดุยเดช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตเป็นชายหนึ่ง ทราบชื่อคือนายสุทธิพงษ์ แสงเดือน อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 14 ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี สภาพศพถูกแทงด้วยขวดเบียร์ มีบาดแผลที่ลำคอ 3 แผล นอนหงายจมกองเลือด สวมกางเกงยืนขาสั้นใส่เสื้อสีดำคอกลม

ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบขวดเบียร์ปากฉลามเปื้อนเลือดตกอยู่ในที่เกิดเหตุ และข้างลำตัวฝั่งขวา พบอาวุธปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่หนึ่งกระบอก ลูกกระสุนปืนที่ตกยังไม่ถูกใช้งานอีก 2 นัด และ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า สีน้ำเงินทะเบียน ลฉล647กทม.จอดอยู่

จากการสอบสวน นายปริญญา กรรัตน์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/51 ม6 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ให้การว่า ตนพร้อมด้วยพวกประมาณ 4 คน นั่งดื่มกันบริเวณปากซอยสุสวาส 6 ส่วนผู้เสียชีวิตก็นั่งกินอยู่ด้วยกัน แต่ขณะนั้นได้พูดจาทะเลาะกันกับเพื่อนในกลุ่ม

จากนั้นผู้เสียชีวิตขี่รถจักรยานยนต์ออกไปจากวงเหล้า ออกประมาณสัก 20 นาที ตนจึงโทรศัพท์บอกพี่อีกคนที่พอจะรู้จักกับผู้เสียชีวิตว่า มีเรื่องทะเลาะกัน

จากนั้นผู้เสียชีวิตก็เดินทางย้อนกลับมาอีกครั้ง พร้อมอาวุธปืน ซึ่งขี่รถและเข้ามาทำท่ามาหาเรื่องกับกลุ่มของตนอีกครั้ง จังหวะนั้นเพื่อนในกลุ่มแย่งปืนและตะรุมบอนกัน ตนเองเห็นท่าไม่ดีจึงเข้าไปช่วยเพื่อน และแทงด้วยขวดเบียร์ปากฉลาม จนผู้เสียชีวิตล้มแน่นิ่งไป จากนั้นจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

พ.ต.อ.วรพันธ์ พิสุธานนท์ ให้สารวัตเวรถ่ายภายไว้เป็นหลักฐาน ให้พิสูจน์หลักฐาน 1 ปทุมธานีเข้าเก็บหลักฐานรายละเอียดทั้งหมดในที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งสอบสวนกลุ่มผู้ก่อเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง

เบื้องต้นผู้ที่ก่อเหตุไม่ได้หลบหนีแต่อย่างใด ทราบว่ามีเรื่องทะเลาะกัน แต่ผู้เสียชีวิตมีอาวุธแต่ไม่ทันยิงใส่กลุ่มผู้ก่อเหตุ แต่ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุแย่งอาวุธปืนได้ และรุมทำร้ายจนเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ต้องส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นก่อน และจะได้สอบสวนพยานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุอีกครั้ง

ส่วนศพผู้เสียชีวิตมอบให้มูลนิธิร่วมกตัญญส่งชันสูตรที่ รพ.ภูมิพลอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างแท้จริง ก่อนที่จะติดต่อทางญาติผู้เสียชีวิตให้มาติดต่อรับไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *