ปิดล้อมนาน 15 ชั่วโมง มอบตัวแล้วเจ้าของอู่คลั่งยายิงเพื่อนบ้านเจ็บสาหัส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (16 ม.ค.) เป็นเวลากว่า 15 ชั่วโมง ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดล้อม เกลี้ยกล่อมให้นายเกรียงไกร อายุ 49 ปี เจ้าของอู่ซ่อมรถ เกิดอาการคลั่งยายิงเพื่อนบ้าน นายสุริยนต์ อายุ 54 ปี เจ้าของโรงงานผลิต ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป ที่อยู่ห่างกันประมาณ 100 เมตร อาการสาหัส และชักปืนยิงใส่ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรสารภีที่พยายามเข้าไปเจรจา แล้วหนีเข้าไปกบดานอยู่ในบ้านตลอดทั้งคืน ล่าสุด เมื่อเวลา 06.30 น. ก็ยอมออกมามอบตัวหลังพาลูกเมียมาเจรจา

โดย นายสุริยนต์ โดนยิงเข้าที่แก้มขวาได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ หลังก่อเหตุนายเกรียงไกรได้เข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักของตัวเองพร้อมอาวุธปืน และขู่จะทำร้ายตัวเอง รวมทั้งจะยิงทุกคนที่พยายามจะเข้าไปเจรจา ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายสิบนายพยายามเจรจา ให้ยอมมอบตัวด้วยดี แต่ไม่เป็นผล

จนกระทั่งเวลา 20.10 น.ขณะที่พ.ต.อ.บัญชา อินถาผกก.สภ.สารภี ชุ่มอยู่หน้ารถบรรทุกหกล้อของที่จอดไว้หน้าบ้านตรงทางบันไดขึ้นบ้านได้ถูกนายเกรียงไกร เปิดประตูพร้อมลั่นกระสุนยิงใส่ 1 นัด กระสุนปืนเพียงเฉี่ยวใบหน้า พ.ต.อ.บัญชา เท่านั้น จึงชักอาวุธปืน 9 ม.ม.ยิงสวนขึ้นไป 10 นัด เมื่อสิ้นเสียงปืนก็เงียบไป ทางตำรวจก็ยังไม่บุกขึ้นไปบนบ้านคงล้อมบ้านไว้เหมือนเดิม

ต่อมาทาง พล.ต.ต. พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมชุดสวาท นปพ.จว.เชียงใหม่ รุดมายังที่เกิดเหตุ เพื่อวางแผนการจับกุมตัวนายเกรียงไกร เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียเกิดขึ้นและได้ให้ญาติติดต่อไปยังนางเยาวเรศ หรือ นก ภรรยาของนายเกรียงไกร ที่หนีกลับบ้านเดิมที่ อ.แม่อาย กับลูกอีก 2 คน เมื่อเช้าวันเดียวกันซึ่งถูกนายเกรียงไกรตบหน้าและไล่ออกจากบ้านไป ให้เดินทางมาช่วยเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว และนางเยาวเรศ กำลังเดินทางมาจาก อ.แม่อาย และต้องรอถึงตอนเช้าเวลา 05.00 น.วันนี่ ถึงจะดำเนินการตามขั้นตอนที่วางแผนไว้

ด้าน พันตำรวจเอกบัญชา อินถา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสารภี เปิดเผยว่า ขณะที่ตนกำลังบอกให้ชาวบ้านออกจากที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าคนร้ายได้เปิดประตูออกมาและยิงใส่ตนทันที 1 นัด โชคดีกระสุนเฉียวศรีษะไป ตนจึงได้ยิงสวนไปจนหมดแม็ก และคนร้ายได้เข้าไปกบดานอยู่ในบ้านตลอดทั้งคืน

ขณะที่นางบานเย็น แม่บุญธรรมของผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ลูกของตนเองติดยาเพราะมีอาชีพซ่อมรถบรรทุก และมักจะมีคนเอารถมาให้ซ่อมยามดึกแล้วให้ยาบ้าไว้กินเผื่อจะได้มีแรงซ่อมรถให้จนทำให้ลูกติดยา โดยผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสารภีและเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเจรจาตลอดทั้งคืน

กระทั่งเช้ามืดเวลา 06.30 น. ของวันนี้ (16 ม.ค.) พ.ต.อ.บัญชา อินถา ผกก.สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ ได้วางแผนให้นางเยาวเรศ หรือ นก ภรรยาของนายเกรียงไกร ซึ่งเดินทางมาจาก อ.แม่อาย มาถึงเข้าไปเกลี้ยกล่อมให้นายเกรียงไกรมอบตัว โดยมีหน่วย นปพ. จังหวัด พร้อมอาวุธครบมือคุ้มกันไว้เพื่อความปลอดภัยหวั่นเกรงนายเกรียงไกรยิงใส่

เมื่อนางเยาวเรศร้องเรียกให้มอบตัว ประกอบกับฤทธิ์ยาบ้าอาจจะอ่อนลงเพราะได้พักผ่อนมาทั้งคืน ปรากฏว่าทางนายเกรียงไกร เดินลงมาจากบันไดบ้านพร้อมยกมือทั้งสองข้างขึ้นยอมให้จับกุมตัวดี พร้อมกับบอกที่ซ่อนอาวุธปืนซึ่งยึดได้ปืน 2 กระบอก เป็นปืนขนาด .38 และปืนลูกซองพกสั้น พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง ควบคุมตัวดำเนินคดีกันต่อไป โดยใช้เวลาในการเจรจาตั้งแต่ 15.00 น. วานนี้ รวมทั้งสินกว่า 15 ชั่วโมง

สำหรับ นายเกรียงไกร มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาบ้าเคยถูกจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติด และเข้าทำการบำบัดถึง 2 ครั้ง ส่วนอาวุธปืนนั้นมี 2 กระบอกเป็นอาวุธปืนมีทะเบียนที่ได้รับมรดกตกทอดมาสมัยปู่ มีกระบอกหนึ่งถูกตำรวจ สภ.สารภี ยึดไปจาก นายเอก หรือ มงคล อายุ 49 ปี เพื่อนที่นำไปฝากไว้

ทางนายเกรียงไกรได้วานให้นางเยาวเรศภรรยาไปติดตามเอาปืนที่ตำรวจยึดไป แต่นางเยาวเรศไม่ยอมไป โดยพูดว่าไม่ใช่ขอกลับคืนมาได้ง่ายๆ จึงเกิดทะเลาะกัน นายเกรียงไกรได้ตบหน้านางเยาวเรศพร้อมกับไล่ออกจากบ้านไป

พอตกช่วงบ่ายนายเกรียงไกร ซึ่งมีความโกรธอยู่แล้วได้ถืออาวุธไปที่บ้านนายสุริยนต์ที่มีบ้านอยู่ติดกันเมื่อพบหน้าจึงลั่นกระสุนปืนใส่ 1 นัดเข้าที่ปากด้านขวา ส่วนสาเหตุมาจากเข้าใจว่านายสุริยนต์ปากไม่ดีชอบว่าร้ายใส่ตนเองเป็นประจำได้เจ็บแค้นมานาน ประกอบกับมีความหวาดระแวงอยู่แล้วจึงเกิดการชำระแค้นขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *