ผบช.ภ.7 โชว์ทลายโกดังอาวุธปืน ก่อนเลือกตั้งนายก อบต. ยึดปืน กระสุนอื้อ

ผบช.ภ.7 โชว์ทลายโกดังอาวุธปืน ก่อนเลือกตั้งนายก อบต. ยึดปืน กระสุนอื้อ

ตำรวจทลายโกดังอาวุธปืน ก่อนเลือกตั้งนายก อบต.ในพื้นที่ตำบลเกาะสำโรง เมืองกาญจนบุรี รวบ 2 ผู้ต้องหา พร้อมปืน 111 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 1,320 นัด อุปกรณ์ดัดแปลงซ่อมแซมปืนอีกจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 64 พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 ได้มีนโยบายให้สถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ระดมกวาดล้างอาชญากรรมโดยเฉพาะอาวุธปืน อาวุธสงคราม และวัตถุระเบิด ภายใต้แผนยุทธการ “พิชิตคนพาล อภิบาลคนดี” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนถึงการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลที่กำลังจะมีการจัดการเลือกตั้งขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรีได้นำหมายค้นศาลจังหวัดกาญจนบุรีเข้าตรวจค้นที่บริเวณรีสอร์ทและโกดังเก็บสินค้าประเภท กล่องพัสดุ กล่องไปรษณีย์ ไร่พรสม เลขที่ 152 หมู่ 7 ตำบลเกาะสำโรง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

จากการตรวจค้นพบ นายรังสรรค์ วันดี อายุ 44 ปี และนางสาวภัทรพร ทิมรอด อายุ 42 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดกาญจนบุรีให้ทั้ง 2 คนได้ทราบ ก่อนจะเข้าทำการตรวจค้น พบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ อาวุธปืนสงคราม รวม 111 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ รวม 1,320 นัด นอกจากนี้ยังพบแท่นสว่านเจาะ สว่านไฟฟ้า แท่นหินเจียร แท่นใบปัดและขัด รวมถึงอุปกรณ์ในการซ่อมแซมและดัดแปลงอาวุธปืนอีกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนนำมาสอบสวนเพิ่มเติมที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี

โดยผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรีดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ท.ธนายุตม์ กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนี้แม้อาวุธปืนบางกระบอกจะอยู่ในสภาพขึ้นสนิม แต่ก็สามารถใช้งานได้ทุกกระบอก ซึ่งหากอาวุธปืนเหล่านี้ไปอยู่ในมือของผู้ที่ต้องการนำไปก่อเหตุ ก็อาจจะก่อให้เกิดเหตุอาชญากรรมร้ายแรงขึ้นได้อีกมากมายหลายคดี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนขยายผล ถึงที่มาที่ไปของอาวุธปืนทุกกระบอก และจะต้องขยายผลไปถึงกลุ่มผู้ซื้อที่เข้ามาซื้ออาวุธกับผู้ต้องหาทั้งสองคนว่ามีใครบ้าง เพื่อจะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *